วิชาภาษาไทยมักเป็นวิชาที่หลายคนตั้งเป้าไว้ว่าจะใช้โกยคะแนน แต่เมื่อต้องเผชิญกับข้อสอบเรื่อง คำราชาศัพท์ ผู้สอบจำนวนมาก
กลับเลือกที่จะข้ามไป เนื่องจากมองว่าเป็นเนื้อหาที่มีรายละเอียดซับซ้อนและต้องอาศัยการท่องจำสูง
โดยเฉพาะในหมวดสรรพนามราชาศัพท์ ซึ่งถือเป็นหัวข้อยอดฮิตที่ปรากฏอยู่ในข้อสอบแทบทุกปี ทั้งในสนามสอบเข้ามหาวิทยาลัย
(TCAS / A-Level) และสนามสอบข้าราชการ (ก.พ. ภาค ก.)
สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมความพร้อมและต้องการเทคนิคที่แม่นยำ การทำความเข้าใจหลักการใช้สรรพนามราชาศัพท์อย่างเป็นระบบ
ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ไม่พลาดคะแนนในส่วนนี้ บทความนี้ได้ทำการสรุปเนื้อหา คัดเฉพาะจุดที่ออกสอบบ่อย
พร้อมทริคในการจำที่จะช่วยให้สามารถมองภาพรวมและตัดตัวเลือกในห้องสอบได้อย่างมั่นใจ
สรรพนามราชาศัพท์ คืออะไร?
สรรพนามราชาศัพท์ คือ คำสรรพนามที่ใช้แทนชื่อบุคคลเพื่อแสดงความเคารพและลดหลั่นไปตามฐานันดรศักดิ์และระดับชั้น
ถือเป็นส่วนหนึ่งของหมวดคำราชาศัพท์ที่สะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมทางภาษาที่ให้ความสำคัญกับลำดับชั้นและระบบอาวุโสในสังคมไทย
ในการสื่อสารทั่วไป บุคคลมักคุ้นเคยกับการใช้คำสรรพนามแทนผู้พูด ผู้ฟัง และผู้ที่ถูกกล่าวถึง เช่น ฉัน เธอ เขา แต่เมื่อต้องสื่อสาร
กับพระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ พระภิกษุสงฆ์ หรือบุคคลชั้นผู้ใหญ่ คำสรรพนามจะถูกกำหนดให้ปรับเปลี่ยนไปตามระดับ
ของผู้ที่กำลังสื่อสารด้วยเสมอ หัวใจสำคัญของการทำความเข้าใจและนำหลักการใช้สรรพนามราชาศัพท์ไปใช้ในการทำข้อสอบ
ไม่ว่าจะเป็นวิชาภาษาไทย A-Level หรือการสอบ ก.พ. คือการวิเคราะห์บริบทให้ได้ว่าใครเป็นผู้พูด และกำลังพูดอยู่กับใคร
ซึ่งสรรพนามราชาศัพท์ถูกแบ่งออกเป็น 3 หมวดหลัก ตามหลักไวยากรณ์ภาษาไทย ได้แก่
- สรรพนามบุรุษที่ 1: คำที่ใช้แทนตัวผู้พูด (เช่น ข้าพระพุทธเจ้า, เกล้ากระหม่อม)
- สรรพนามบุรุษที่ 2: คำที่ใช้แทนผู้ที่กำลังพูดด้วย หรือผู้ฟัง (เช่น ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท, ฝ่าพระบาท)
- สรรพนามบุรุษที่ 3: คำที่ใช้แทนบุคคลที่สามที่ถูกกล่าวถึงในบทสนทนานั้น ๆ (เช่น พระองค์, ท่าน)

ปูพื้นฐาน ทำความเข้าใจระดับชั้น
ก่อนที่จะก้าวไปสู่การจดจำสรรพนามราชาศัพท์ สิ่งแรกที่ผู้เตรียมสอบทุกคนต้องแม่นยำคือการแบ่งระดับฐานันดรศักดิ์
เนื่องจากข้อสอบภาษาไทยทั้งในระดับ A-Level และข้อสอบ ก.พ. ภาค ก. มักจะออกแบบโจทย์มาเพื่อทดสอบว่า ผู้สอบสามารถวิเคราะห์และเลือกใช้คำศัพท์ได้เหมาะสมกับระดับชั้นของบุคคลในประโยคหรือไม่ เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและนำไปใช้ทำข้อสอบ
สามารถแบ่งกลุ่มบุคคลที่มักปรากฏในข้อสอบออกเป็น 4 ระดับหลัก ดังนี้
- พระมหากษัตริย์ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
ถือเป็นระดับสูงสุดของโครงสร้างคำราชาศัพท์
กลุ่มนี้ยังรวมถึงสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง
และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ข้อสังเกตสำหรับ
การทำข้อสอบคือ สรรพนามที่ใช้กับบุคคลกลุ่มนี้
จะมีความเฉพาะเจาะจงและเป็นคำศัพท์ที่มีความยาวที่สุด - พระบรมวงศ์ชั้นสูง (สมเด็จเจ้าฟ้า) คือกลุ่มพระราชโอรส
หรือพระราชธิดา ในระดับนี้คำสรรพนามที่ใช้แทนตัวผู้พูด
(บุรุษที่ 1) และผู้ฟัง (บุรุษที่ 2) จะเริ่มลดทอนความยาวลงมา แต่ยังคงต้องใช้รูปศัพท์ที่แสดงความเคารพขั้นสูงอยู่
- พระอนุวงศ์ (พระองค์เจ้า และหม่อมเจ้า) ลำดับชั้นพระองค์เจ้าและหม่อมเจ้า ถือเป็นจุดที่ข้อสอบมักนำมาเป็นตัวหลอก
บ่อยครั้ง โดยเฉพาะในชั้นหม่อมเจ้า ซึ่งการใช้สรรพนาม
และคำราชาศัพท์บางคำจะมีความใกล้เคียงกับคำสุภาพ
ของบุคคลทั่วไป หากไม่อ่านโจทย์ให้รอบคอบ
อาจทำให้เสียคะแนนได้ง่าย - พระภิกษุสงฆ์ หมวดพระสงฆ์เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่ข้อสอบราชการและมหาวิทยาลัยนิยมนำมาออกสอบเพื่อวัดไหวพริบ
โดยจะต้องแยกให้ออกระหว่าง การสื่อสารกับพระภิกษุสงฆ์ทั่วไป และพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ (เช่น สมเด็จพระสังฆราช หรือสมเด็จพระราชาคณะ) ซึ่งมีระดับการใช้สรรพนาม
ที่แตกต่างกัน
การแยกกลุ่มทั้ง 4 ระดับนี้ให้ออก จะเป็นเหมือนเข็มทิศที่ช่วยให้การทำความเข้าใจตารางสรรพนามราชาศัพท์ในหัวข้อถัดไปง่ายขึ้น
อย่างมาก และช่วยลดเวลาในการวิเคราะห์บริบทของโจทย์ในห้องสอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สรุปสรรพนามราชาศัพท์ 3 บุรุษ ฉบับท่องจำไว ใช้สอบได้ทันที
การจดจำสรรพนามราชาศัพท์ให้รวดเร็วที่สุดคือการจำแบบรวบยอดและจับจุดสังเกต แบ่งตามบุรุษสรรพนาม
โดยเน้นเฉพาะคำที่มักเป็นจุดตัดคะแนนในห้องสอบ ดังนี้
สรรพนามบุรุษที่ 1 (แทนตัวผู้พูด)
จุดสังเกตหลักคือการแยกเพศชาย-หญิง
และการลดหลั่นคำตามระดับชั้น
- ข้าพระพุทธเจ้า (ชาย/หญิง): ใช้กับ พระมหากษัตริย์
และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ - เกล้ากระหม่อม (ชาย) / เกล้ากระหม่อมฉัน (หญิง):
ใช้กับ พระบรมวงศ์ชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า - กระหม่อม (ชาย) / หม่อมฉัน (หญิง):
ใช้กับ พระอนุวงศ์ชั้นพระองค์เจ้า - เกล้ากระผม, กระผม (ชาย) / ดิฉัน (หญิง):
ใช้กับ หม่อมเจ้า และพระสงฆ์ทั่วไป
สรรพนามบุรุษที่ 2 (แทนผู้ฟังที่กำลังสนทนาด้วย)
เทคนิคการจำคือ “ตำแหน่งยิ่งสูง คำยิ่งยาว”
ข้อสอบมักนำคำว่า “ธุลี” มาหลอก
- ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท (ยาวที่สุด): ใช้กับ พระมหากษัตริย์ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ
- ใต้ฝ่าละอองพระบาท (ตัดคำว่าธุลีออก):
ใช้กับ สมเด็จพระบรมราชกุมารี และสมเด็จพระยุพราช - ฝ่าพระบาท: ใช้กับ สมเด็จเจ้าฟ้า, พระองค์เจ้า
และสมเด็จพระสังฆราช - ท่าน / พระคุณเจ้า: ใช้กับ หม่อมเจ้า และพระสงฆ์
สรรพนามบุรุษที่ 3 (แทนบุคคลที่ถูกกล่าวถึง)
หมวดนี้จำง่ายที่สุดและไม่ซับซ้อน
- พระองค์: ใช้กล่าวถึง พระมหากษัตริย์ ลงมาจนถึง
พระองค์เจ้า - ท่าน: ใช้กล่าวถึง หม่อมเจ้า และ พระภิกษุสงฆ์
การจับคู่คำสรรพนามให้ตรงกับกลุ่มบุคคลในรูปแบบนี้
จะช่วยให้มองเห็นภาพรวมได้รวดเร็วขึ้น
และสามารถนำไปใช้เทคนิคตัดตัวเลือกในห้องสอบได้อย่างแม่นยำ
ระวัง! จุดหลอกและข้อควรระวังในสนามสอบ
เมื่อเข้าสู่สนามสอบจริง ไม่ว่าจะเป็น A-Level หรือ ก.พ. ผู้ออกข้อสอบมักไม่ถามความจำแบบตรงไปตรงมา
แต่มักจะสร้างสถานการณ์สมมติหรือใช้รูปประโยคยาว ๆ เพื่อทดสอบความแม่นยำในการวิเคราะห์บริบท จุดหลอกยอดฮิต
ที่มักดักทางผู้เข้าสอบให้พลาดท่าเสียคะแนนมีดังนี้
- การจับคู่สรรพนามข้ามระดับชั้น (ประโยคไม่สอดคล้อง)
โจทย์มักจะเว้นช่องว่างให้เติมคำ 2 จุดในประโยคเดียว
(บุรุษที่ 1 และบุรุษที่ 2) กฎเหล็กในการตัดชอยส์
คือ สรรพนามทั้งสองบุรุษต้องอยู่ในระดับชั้นเดียวกันเสมอ เช่น หากวิเคราะห์ได้ว่าผู้ฟังคือพระมหากษัตริย์
(ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท) ผู้พูดก็ต้องใช้คำระดับเดียวกัน
(ข้าพระพุทธเจ้า) จะนำ “เกล้ากระหม่อม” มาจับคู่
กับ “ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท” ไม่ได้อย่างเด็ดขาด
เทคนิคคือให้หาบุรุษที่ 2 ให้เจอก่อน แล้วจึงเลือกตัวเลือก
ที่มีบุรุษที่ 1 สอดคล้องกัน - กับดักคำว่า “ธุลี” จุดตัดคะแนนที่พบบ่อยที่สุด
คือการแยกความต่างระหว่าง “ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท”
และ “ใต้ฝ่าละอองพระบาท” ข้อควรจำให้ขึ้นใจคือ คำว่า “ธุลี” จะใช้กับพระมหากษัตริย์ และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เท่านั้น หากโจทย์ระบุตำแหน่งรองลงมา
เช่น สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า
กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ จะต้องเลือกตัวเลือก
ที่ใช้คำว่า “ใต้ฝ่าละอองพระบาท” (ตัดคำว่าธุลีออก)
- การใช้สรรพนามกับ “สมเด็จพระสังฆราช”
ข้อสอบราชการมักนิยมนำหมวดพระภิกษุสงฆ์
มาทดสอบไหวพริบ ผู้สอบจำนวนมากมักเผลอใช้คำสรรพนามระดับเดียวกับพระสงฆ์ทั่วไป (เช่น พระคุณเจ้า หรือ ท่าน)
เมื่อกล่าวถึงสมเด็จพระสังฆราช แต่ตามหลักการแล้ว
สมเด็จพระสังฆราช มีการเทียบระดับชั้นการใช้คำราชาศัพท์
อยู่ในระดับเดียวกับ “พระองค์เจ้า” ดังนั้น สรรพนามบุรุษที่ 2 ที่ถูกต้องจึงต้องใช้คำว่า “ฝ่าพระบาท” การรู้ทันจุดหลอกทั้ง 3 ข้อนี้ จะช่วยเพิ่มความเร็วในการทำข้อสอบ สามารถสแกนหาจุดผิดและตัด
ตัวเลือกที่ไม่เข้าพวกออกไปได้อย่างเฉียบขาด โดยไม่ต้องเสียเวลาแปลความหมายของทั้งประโยค
สรุป
เรื่องสรรพนามราชาศัพท์อาจดูเหมือนเป็นเนื้อหาที่ซับซ้อนสำหรับผู้เตรียมสอบหลายคน แต่เมื่อจับหลักการได้ว่าหัวใจสำคัญ
คือการวิเคราะห์ระดับชั้นของบุคคล และการจับคู่สรรพนามระหว่างผู้พูด (บุรุษที่ 1) กับผู้ฟัง (บุรุษที่ 2) ให้สอดคล้องกัน
การทำโจทย์ข้อสอบในหมวดนี้จะกลายเป็นเรื่องที่สามารถเก็บคะแนนได้อย่างรวดเร็ว เพียงแค่ประยุกต์ใช้เทคนิคจำลัด
สังเกตจุดหลอกที่ข้อสอบมักนำมาดักทาง และฝึกฝนทำโจทย์อย่างสม่ำเสมอ
ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย (A-Level) และการสอบ ก.พ. ภาค ก. วิชาภาษาไทย การคว้าคะแนนจากเรื่องคำราชาศัพท์
ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยสร้างความได้เปรียบให้กับผู้สอบ หวังว่าสรุปหลักการใช้สรรพนามราชาศัพท์ฉบับกระชับนี้
จะเป็นตัวช่วยเพิ่มความมั่นใจก่อนลงสนามสอบจริง

