ทุกครั้งที่ถึงช่วงปิดภาคเรียน คำถามยอดฮิตของผู้ปกครองคือ “จะให้เด็กทำอะไรดี” หลาย ๆครอบครัวหรือหลายบ้าน
มักจะเลือกลงคอร์สปิดเทอมเพราะอยากให้เด็กใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ที่สุด โดยเฉพาะในการเรียนเพื่อเตรียมแนวทางในอนาคต
แต่ปัญหาที่ตามมาคือ เลือกยังไงดีละ ถึงจะได้ความคุ้มค่าจริง ไม่ใช่แค่จ่ายเงินไปแล้วเด็กไม่ได้อะไรกลับมา
ซึ่งในบทความนี้ Tutorplus จะเขียนขึ้นจากมุมมองของทีมติวเตอร์ที่ทำงานกับนักเรียนมาหลายคน เราจะพาคุณไปดูตั้งแต่คอร์สปิดเทอมคืออะไร มีประโยชน์ตรงไหน ไปจนถึงวิธีเลือกแบบเป็นขั้นเป็นตอน รวมถึงข้อผิดพลาดที่พบบ่อย เพื่อให้คุณตัดสินใจ
ได้อย่างมั่นใจว่าจะเลือกคอร์สปิดเทอมยังไงให้ตอบโจทย์ที่สุด
คอร์สปิดเทอมคืออะไร ทำไมถึงเป็นเทรนด์ที่ผู้ปกครองต้องรู้จัก
คอร์สปิดเทอม คือโปรแกรมการเรียนการสอนที่จัดขึ้นในช่วงที่โรงเรียนหยุดภาคเรียน ไม่ว่าจะเป็นปิดเทอมเล็กหรือปิดเทอมใหญ่
โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้นักเรียนได้ทบทวนบทเรียนที่ผ่านมา เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับเทอมถัดไป หรือเสริมทักษะใหม่ ๆ
ที่ไม่มีสอนในห้องเรียน
โดยในช่วง 3 ถึง 5 ปีที่ผ่านมา ตลาดคอร์สเรียนช่วงปิดเทอมเติบโตขึ้นอย่างชัดเจน ส่วนหนึ่งเพราะการแข่งขันทางการศึกษาสูงมากขึ้นเรื่อย ๆ และผู้ปกครองยุคใหม่เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายกว่าเดิม จึงรู้ว่าการเรียนรู้ไม่จำเป็นต้องหยุดพร้อมกับโรงเรียน นอกจากวิชาการแล้ว ยังมี คอร์สปิดเทอมในหมวดทักษะชีวิต หรือประสบการณ์ทำงานจริง เช่น การเขียนโปรแกรม ศิลปะ ดนตรี กีฬา หรือแม้แต่การเงินสำหรับเด็ก ทำให้ตัวเลือกมีมากจนผู้ปกครองอาจสับสนว่าควรเลือกคอร์สเรียนพิเศษแบบไหนให้เด็กดี
ประโยชน์ของคอร์สปิดเทอม ที่ทำให้เด็กไม่หลุดจากจังหวะการเรียน
หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมต้องเรียนพิเศษช่วงปิดเทอมด้วยละ ในเมื่อเด็กก็ควรได้พักผ่อนในช่วงเวลาแบบนี้
คำตอบของคำถามนี้เลยคือ คอร์สปิดเทอมที่ดีไม่ได้ทำให้เด็กเครียดเพิ่ม แต่ช่วยสร้างจังหวะการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องให้กับเวลา
ได้อย่างไหลลื่น ไม่กระทบกับชีวิตของเด็กมากจนเกินไป ผ่านประโยชน์หลัก ๆ ดังนี้
- ปิดจุดอ่อนได้ตรงจุด – เด็กที่เรียนไม่ทันเพื่อนในบางวิชาจะได้โอกาสทบทวนโดยไม่ต้องเร่งตามเพื่อนในห้องในช่วงเวลาเรียนปกติ
- เตรียมความพร้อมล่วงหน้า – สำหรับเด็กที่กำลังจะขึ้นชั้นใหม่หรือเปลี่ยนระดับ เช่น ป.6 ขึ้น ม.1 การเรียนล่วงหน้าช่วยลด
ความตื่นกลัวในบทเรียนที่ยากขึ้นกว่าเดิม - สร้างวินัยในช่วงปิดเทอม – แทนที่จะปล่อยให้เด็กอยู่กับหน้าจอคอมหรือการเล่นทั้งวัน การมีตารางเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ ช่วยรักษาวินัยที่สร้างมาตลอดเทอม
- เพิ่มความมั่นใจในการเรียน – เมื่อเปิดเทอมมาแล้วการได้เข้าใจเนื้อหาก่อนเพื่อน เด็กจะกล้าตอบคำถามและมีส่วนร่วม
ในห้องเรียนมากขึ้น - ค้นพบความถนัดใหม่ – คอร์สปิดเทอมบางหลักสูตรเปิดโลกให้เด็กได้ลองทำสิ่งที่ไม่เคยทำ เช่น วิทยาศาสตร์เชิงทดลอง หุ่นยนต์
หรือการเขียนเชิงสร้างสรรค์ที่เน้นเสริมประสบการณ์มากกว่าความรู้

วิธีเลือกคอร์สปิดเทอมอย่างชาญฉลาดให้คุ้มค่าทุกบาท
นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดที่ผู้ปกครองทุกคนต่างต้องการในการเลือกคอร์สเรียนพิเศษปิดเทอม เพราะการเลือกผิด
อาจหมายถึงการเสียทั้งเงินและเวลา ดังนั้นมาดูเช็กลิสต์ที่ผู้ปกครองควรพิจารณาก่อนตัดสินใจลงคอร์สปิดเทอมให้เด็ก
1. สำรวจเป้าหมายก่อนสมัครคอร์สปิดเทอม
ก่อนจะเปิดดูโปรโมชั่นหรือเปรียบเทียบราคาของคอร์สเรียนพิเศษ ให้ลองถามตัวเองก่อนว่าเด็กต้องการอะไรจากคอร์สปิดเทอมนี้
เป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยกรองตัวเลือกออกไปได้มากกว่าครึ่ง ผ่านคำถามเหล่านี้
- เด็กต้องการปิดจุดอ่อนในวิชาที่เรียนไม่ทัน
- เด็กต้องการเตรียมตัวสอบเข้าโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย
- เด็กต้องการเรียนทักษะใหม่ที่โรงเรียนไม่มีสอน
- เด็กต้องการกิจกรรมเสริมเพื่อไม่ให้อยู่ว่างช่วงปิดเทอม
พอรู้เป้าหมายแล้ว คุณจะเลือกหมวดหมู่ของคอร์สเรียนได้อย่างถูกต้องตั้งแต่แรก ไม่เสียเวลาไปดูสิ่งที่ไม่ตรงจุด
3. เช็กคุณภาพผู้สอนและหลักสูตรของคอร์สปิดเทอม
ผู้สอนหรือติวเตอร์คือหัวใจสำคัญของคอร์สปิดเทอมทุกหลักสูตร คอร์สที่ดีไม่ใช่แค่มีเนื้อหาครบครันในบทเรียนเท่านั้น
แต่ต้องมีครูที่สอนให้เข้าใจได้จริง ทั้งเข้าใจเด็กและเข้าใจการสอน ลองเช็กสิ่งเหล่านี้ก่อนตัดสินใจดูได้
- ครูผู้สอนมีประสบการณ์สอนจริงกี่ปี มีผลงานนักเรียน
เป็นตัวอย่างหรือไม่ - หลักสูตรมีโครงสร้างชัดเจนหรือไม่ ระบุหัวข้อที่จะเรียน
ในแต่ละชั่วโมงหรือเปล่า
- มีการวัดผลระหว่างเรียนหรือไม่ เช่น แบบทดสอบท้ายบท
หรือรายงานความก้าวหน้า
นอกจากสองข้อข้างต้นแล้ว ยังมีอีก 5 เรื่องที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติม
- ขนาดกลุ่มเรียน – คอร์สปิดเทอมที่มีนักเรียนมากเกินไปต่อห้อง จะทำให้ครูดูแลไม่ทั่วถึง ควรเลือกกลุ่มที่มีไม่เกิน 8 ถึง 15 คน
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ในการให้เด็กเข้าถึงการเรียนมากที่สุด - ความยืดหยุ่นของตารางเรียน – เด็กของคุณอาจมีกิจกรรมอื่น ๆ ในช่วงปิดเทอมด้วย ตารางเรียนที่เลือกวันและเวลาได้
จะช่วยให้เด็กไม่เหนื่อยเกินไป - นโยบายคืนเงินหรือเรียนชดเชย – สถาบันที่ดีมักมีนโยบายที่ชัดเจน เช่น เรียนชดเชยได้ภายในกี่วัน หรือคืนเงินเต็มจำนวน
หากยกเลิกก่อนเริ่มเรียน - รีวิวจากผู้ปกครองท่านอื่น – อย่าเชื่อแค่โฆษณาที่ดูดีเท่านั้น ลองค้นหารีวิวจริงในโซเชียลมีเดียหรือกลุ่มผู้ปกครอง
จะได้เห็นมุมมองที่หลากหลายก่อนตัดสินใจ - ราคาที่สมเหตุสมผล – คอร์สปิดเทอมราคาแพงไม่ได้หมายความว่าต้องดีเสมอไป ให้ลองเปรียบเทียบราคากับจำนวนชั่วโมงเรียน เนื้อหา และคุณภาพผู้สอนประกอบเข้ากัน

คอร์สปิดเทอมออนไลน์กับออนไซต์ แบบไหนเหมาะกับเด็กคุณ
หนึ่งในคำถามที่ผู้ปกครองถามบ่อยไม่แพ้กันคือ ควรให้เด็กเรียนคอร์สปิดเทอมแบบออนไลน์หรือไปเรียนตามสถานที่ต่าง ๆ
อย่างสถาบันดีไหม ซึ่งคำตอบของคำถามนี้ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย
- คอร์สปิดเทอมแบบออนไลน์เหมาะกับครอบครัวที่อยู่ไกลจากสถาบันติว มีตารางไม่แน่นอน หรือไม่สะดวกในการเดินทางไปเรียน
ตามสถานที่ต่าง ๆ ข้อดีคือเด็กเรียนได้จากที่บ้าน ย้อนดูบทเรียนซ้ำได้ผ่านวิดีโอบันทึกย้อนหลัง และมักมีราคาถูกกว่า
แต่ข้อเสียคือเด็กบางคนที่ยังขาดวินัยในการเรียนหน้าจอคนเดียว และอาจเสียสมาธิง่ายกว่าเรียนในห้องจริง - คอร์สปิดเทอมแบบออนไซต์เหมาะกับเด็กที่ต้องการบรรยากาศกระตุ้น ได้โต้ตอบกับครูและเพื่อนร่วมชั้นทันที ข้อดีคือครูเห็นปฏิกิริยาของเด็กได้ชัดเจนกว่าและปรับการสอนได้ทันที แต่ผู้ปกครองต้องจัดการเรื่องการเดินทางและเวลาให้ลงตัว
ทางออกที่ดีคือลองถามเด็กว่าชอบเรียนแบบไหนมากกว่า และถ้าเป็นไปได้ ลองให้เรียนทดลองก่อนตัดสินใจ
หลายสถาบันมีคลาสทดลองฟรีสำหรับคอร์สปิดเทอมให้ได้ลองสัมผัสบรรยากาศจริง
คอร์สปิดเทอมควรเรียนวิชาอะไรบ้างตามแต่ละช่วงชั้น
แต่ละช่วงวัยก็มีจุดเน้นการเรียนที่แตกต่างกันไป การเลือกวิชาเรียนพิเศษให้เหมาะกับระดับชั้นจะทำให้คอร์สปิดเทอมเกิดประโยชน์สูงสุด โดยแบ่งเป็น 3 ระดับดังนี้
- สำหรับนักเรียนประถมปลาย ช่วง ป.4 ถึง ป.6 ควรเน้นคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษเป็นหลัก เพราะเป็นรากฐานสำคัญที่จะต่อยอด
ในชั้นเรียนมัธยม ถ้ามีแผนจะสอบเข้า ม.1 โรงเรียนดังหรือขึ้นชื่อความยากในด้านการเรียน ยิ่งต้องเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่ปิดเทอม ป.5 - สำหรับนักเรียนมัธยมต้น ช่วง ม.1 ถึง ม.3 เนื้อหาวิชาการเริ่มยากขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์
คอร์สปิดเทอมที่เน้นปูพื้นฐานล่วงหน้าจะช่วยให้เปิดเทอมมาไม่ตกใจ นักเรียนที่วางแผนสอบเข้า ม.4 สายวิทย์
หรือสายเฉพาะทางควรเริ่มเตรียมตัวอย่างจริงจังไว้ด้วยเช่นกัน - สำหรับนักเรียนมัธยมปลาย ช่วง ม.4 ถึง ม.6 เป็นช่วงที่คอร์สปิดเทอมมีบทบาทมากที่สุด เพราะต้องเตรียมสอบ TGAT TPAT
A-Level และข้อสอบเฉพาะมหาวิทยาลัย ช่วงปิดเทอมคือจังหวะทองในการทบทวนเนื้อหาและฝึกทำข้อสอบอย่างเข้มข้น
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อเลือกคอร์สปิดเทอมให้เด็ก
แม้จะตั้งใจดีเลือกมาดีมากแค่ไหน แต่ผู้ปกครองหลาย ๆ ท่านก็ยังมีข้อผิดพลาดในจุดที่ไม่คาดคิดในการเลือกคอร์สปิดเทอม
การรู้ไว้ก่อนจะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงความผิดพลาดเหล่านี้ได้
- ลงหลายวิชาเกินไป บางครอบครัวลงคอร์สปิดเทอมให้เด็กทีเดียว 3 – 4 วิชา จนเด็กไม่มีเวลาพักผ่อนเลย ผลที่ได้คือเด็กเครียด
และเรียนไม่รู้เรื่องจนทำให้คอร์สเรียนพิเศษไม่ได้ช่วยอะไรเลย - เลือกตามราคาถูกที่สุด ราคาถูกไม่ผิด แต่ถ้าคุณภาพไม่ดี จ่ายน้อยแล้วไม่ได้อะไรก็เท่ากับเสียเงินฟรีเหมือนกัน
- ไม่ถามความเห็นเด็ก หลายครั้งพ่อแม่หรือผู้ปกครองหลาย ๆ บ้านเลือกวิชาที่คิดว่าจำเป็นตามความคิดตัวเอง
แต่เด็กไม่สนใจเลยว่าพวกเขาคิดยังไง ซึ่งส่งผลให้เด็กไปนั่งเรียนแบบไม่มีใจ และทำให้คอร์สเรียนพิเศษไม่ได้ช่วยอะไรเลย - คาดหวังผลลัพธ์เกินจริง คอร์สปิดเทอมไม่ใช่ยาวิเศษที่กินแล้วจะดีขึ้นทันที การเรียนแค่ 2 สัปดาห์แล้วจะให้เกรดกระโดด
จาก 2 เป็น 4 เป็นเรื่องที่ยากจนเกินไป ผลลัพธ์ที่ดีควรมาจากการเรียนต่อเนื่องและฝึกฝนสม่ำเสมอ - ไม่ติดตามผลหลังเรียนจบ การลงคอร์สปิดเทอมไม่ได้จบแค่เรียนให้ครบจำนวนชั่วโมง ผู้ปกครองควรคุยกับเด็กว่าเรียน
แล้วเข้าใจมากขึ้นไหม และควรต่อยอดอย่างไร
สัญญาณที่บ่งบอกว่าเด็กควรเรียนคอร์สปิดเทอม
ไม่ใช่เด็กทุกคนที่จำเป็นต้องเรียนคอร์สปิดเทอมเสมอไป แต่เมื่อไรถ้าเด็กของคุณมีสัญญาณเหล่านี้ อาจถึงเวลาที่ต้องหาตัวช่วยเสริม
ในการเรียนรู้ก็ได้
- ผลการเรียนตกลงอย่างต่อเนื่อง 2 เทอมขึ้นไป
- เด็กบ่นว่าเรียนไม่ทันเพื่อนหรือไม่เข้าใจบทเรียนในห้อง
- เด็กขาดความมั่นใจในวิชาที่เคยทำได้ดี
- เด็กกำลังจะเปลี่ยนระดับชั้นที่มีความเปลี่ยนแปลงมาก
เช่น ป.6 ขึ้น ม.1 หรือ ม.3 ขึ้น ม.4 - เด็กมีเป้าหมายสอบเข้าโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย
ที่มีการแข่งขันสูง
ถ้าเด็กของคุณมีสัญญาาณเหล่านี้อย่างน้อย 2 ถึง 3 จากรายการข้างต้น การลงคอร์สปิดเทอมในช่วงที่เหลือจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า แต่ก็ต้องระวังข้อผิดพลาดในการเลือกด้วยเช่นกัน
คอร์สปิดเทอมกับเทคนิคช่วยให้เด็กเรียนได้ผลลัพธ์ดีที่สุด
การลงคอร์สปิดเทอมอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ผู้ปกครองเองก็ต้องมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เด็กได้ประโยชน์จากคอร์สเรียนพิเศษช่วงปิดเทอมอย่างเต็มที่
- พูดคุยกับเด็กก่อนเรียนว่าเป้าหมายของเราคืออะไร เพื่อให้เด็กรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ
ไม่ใช่ถูกบังคับให้เรียนทั้ง ๆ ที่ไม่เต็มใจ - จัดตารางเวลาให้สมดุลระหว่างการเรียนและการพักผ่อน อย่าให้ช่วงวันเวลาของปิดเทอมเต็มไปด้วยตารางเรียนจนไม่เหลือเวลาเล่น
ที่เหมาะสมกับวัยของพวกเด็ก - ติดตามความก้าวหน้าเป็นระยะ คุยกับครูผู้สอนหรือดูรายงานที่สถาบันส่งมา อย่ารอจนจบคอร์สแล้วค่อยถาม เพราะระหว่างเรียน
เด็ก ๆ อาจจะมีปัญหาอะไรก็ได้ - ให้กำลังใจมากกว่าตำหนิ เด็กที่เรียนคอร์สปิดเทอมบางคนรู้สึกว่าตัวเองเรียนไม่เก่งจึงต้องมาโดนเรียนเพิ่มเติมในช่วงปิดเทอม
แต่หารู้ไม่ว่าคำชมเล็ก ๆ น้อย ๆ จะช่วยสร้างแรงจูงใจได้มากกว่าที่คุณคิดอีก
บทสรุป
การเลือกคอร์สปิดเทอมไม่ใช่เรื่องยากแบบที่คิดเลย ถ้าคุณเริ่มจากเป้าหมายที่ชัดเจน ตรวจสอบคุณภาพหลักสูตรและผู้สอน/ติวเตอร์
ดูขนาดกลุ่มเรียน เปรียบเทียบราคาอย่างสมเหตุสมผล และที่สำคัญคือฟังเสียงหรือความคิดเห็นของเด็ก ๆ ไว้ด้วย
ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เงินทุกบาทที่จ่ายไปกลายเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในการเลือกคอร์สเรียนปิดเทอมให้กับเด็ก ๆ
ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายที่สูญเปล่าไปกับอะไรที่ไม่ได้เลย
ซึ่งถ้าหากคุณกำลังมองหาคอร์สปิดเทอมที่มีหลักสูตรชัดเจน ครูผู้สอนมีประสบการณ์ และมีกลุ่มเรียนขนาดเล็กเพื่อดูแลนักเรียน
ได้ทั่วถึง ทาง Tutorplus ยินดีให้คำปรึกษาเพื่อช่วยคุณเลือกคอร์สที่เหมาะกับเด็กของคุณมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวิชาอะไร ระดับชั้นไหน เราพร้อมช่วยวางแผนให้
ติดต่อสอบถามหรือลงทะเบียนเรียนได้ที่ Tutorplus วันนี้
ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมช่วยคุณเลือกคอร์สที่ใช่ให้เด็กของคุณ

